เ ค รื่ อ ง ก ร อ ง ส า ม ชั้ น.....
นานมาแล้ว มีนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งชื่อว่า โซเครติส กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่บ้านของเขา ตอนนั้นเองมีเพื่อนคนหนึ่งแวะมาทักทาย และกล่าวว่า มีเรื่องเกี่ยวกับใครคนหนึ่งจะเล่าให้ฟัง โซเครติสบอกเพื่อนว่า...
“เพื่อนเอ๋ย รอเดี๋ยวก่อน ก่อนที่เพื่อนจะเล่าเรื่องของเพื่อนนั้น เพื่อนได้นำเรื่องของเพื่อนไปกรองกับเครื่องกรองสามชั้นมาแล้วหรือยัง”
เพื่อนของโชเครติสงงมาก ถามกลับว่า “เครื่องกรองสามชั้นอะไรหรือ”
“เป็นเครื่องกรองที่ทำให้เรารู้ว่า เรื่องของเราควรส่งต่อถึงผู้อื่นหรือไม่” โซเครติสตอบ
“ข้าก็ยังงง ๆ อยู่ดีล่ะ...ไหนลองบอกส่วนประกอบของแต่ละชั้นกรองมาซิ”
โซเครติสจึงบอกว่า...”เครื่องกรองชั้นแรกคือ... #ความจริง ....ของถามหน่อย เรื่องที่เพื่อนจะพูดหรือเล่าออกมาเป็นความจริงหรือไม่”
เพื่อนของโซเครติสบอกว่า “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะฟังมาจากคนอื่นอีกที แต่เขาก็บอกมาว่าเป็นเรื่องจริงนี่”
“ถ้าเพื่อนไม่ได้ประสบเรื่องนั้นด้วยตนเอง เพื่อนอย่าเพิ่งแน่ใจเลยว่าเป็นเรื่องจริง ดังนั้นเพื่อนจะนำเรื่องที่เพื่อนก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า มาเล่าให้ข้าฟังอย่างนั้นหรือ” โซเครติสกล่าวแก่เพื่อนของเขา
“แล้วเครื่องกรองชั้นที่สองคือ.... #ความดี ....ขอถามหน่อยว่า เรื่องที่เพื่อนจะเล่านั้นเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่” โซเครติสตอบและย้อนถามกลับ
“ไม่ดีเลย เพราะที่ข้ากำลังจะเล่าให้ท่านฟังเป็นเรื่องเกี่ยวกับความไม่ดีของคนอื่น”
โซเครติสพูดว่า...”ถ้าอย่างนั้นเพื่อนจะเอาทั้งเรื่องไม่จริง และขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องไม่ดีด้วย มาเล่าให้ข้าฟังอย่างนั้นหรือ” โซเครติสเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า..”เอาล่ะเพื่อน แม้ว่าเรื่องของเพื่อนจะเป็นเรื่องไม่จริงและไม่ใช่เรื่องดี แต่เรามาดูกันก่อนก็ได้ว่า เรื่องของเพื่อนจะผ่านเครี่องกรองชั้นที่สามได้หรือไม่”
“มันคืออะไรล่ะ” เพื่อนของโซเครติสถาม
“เครื่องกรองชั้นที่สามคือ.... #ประโยชน์ ....เรื่องที่เพื่อนจะเล่าให้ข้าฟัง เมื่อฟังแล้วทำให้เกิดประโยชน์อันใดหรือไม่เล่า”
เพื่อนของโซเครติสตอบว่า “เห็นจะไม่มีประโยชน์อันใดเลยท่าน”
“ถ้าอย่างนั้น” โซเครติสพูด “ในเมื่อเรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องจริง เป็นเรื่องไม่ดี และไม่มีประโยชน์ เพื่อนก็อย่าได้เล่าให้ข้าฟังเลย เก็บไว้ที่ตัวเพื่อนเองดีกว่า”
เพื่อนของโซเครติสอึ้งไป และใช้ความคิดเพื่อพิเคราะห์คำพูดของโซเครติสอย่างหนักหน่วง ก่อนจะลากลับโดยไม่ได้เล่าเรื่องนั้นให้เขาฟังอีกเลย...
ทุกท่านครับ... ผู้ที่มีความเป็นนักปราชญ์อยู่ในตัวมักเสาะแสวงหาแต่สิ่งดีๆ ที่ทำให้หัวใจของเขาไม่ขุ่นมัว เพื่อที่ว่าความไม่ดีทั้งหลายจะได้ไม่มาแผ้วพานปัญญาของเขา บุคคลเหล่านี้จึงมักจะคัดกรองเอาแต่สิ่งดีๆ เข้าสู่ตนเอง แม้แต่การรับฟังก็ต้องผ่านเครื่องกรองสามชั้นเสมอคือ สิ่งที่เป็นความจริง สิ่งที่เป็นความดี และสิ่งที่เป็นประโยชน์
เราอาจจะไม่ใช่นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างโซเครติส แต่เราก็นำวิธีการของเขามาใช้กับตนเองได้ มีเรื่องมากมายเหลือเกินที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ทั้งเรื่องจริงและโกหก เรื่องที่เป็นความดีและความชั่ว เรื่องที่เป็นประโยชน์และไม่มีประโยชน์ หากเราจะรับฟังทั้งหมดนี้ไปเสียทุกเรื่อง จิตใจของเราคงวุ่นวายน่าดู เพราะเรื่องโกหกจะชี้ให้เราหลงผิด เรื่องไม่ดีจะทำให้จิตใจของเราปั่นป่วน และเรื่องไม่เป็นประโยชน์ก็ทำให้ชีวิตของเราตกต่ำ แต่ถ้าท่านรู้จักคัดกรองสารและเลือกที่จะไม่เข้าไปเกลือกกลั้วกับสิ่งที่ไม่จริง ไม่ดี และไม่เป็นประโยชน์ได้ ชีวิตท่านก็จะมีแต่ความสดชื่นรื่นเริง หากได้รับฟังในเรื่องไม่จริง ไม่ดี และไม่เป็นประโยชน์แล้วไซร้ ก็จงเก็บมันไว้ให้ตายไปกับตัวเถิด อย่าได้แจกจ่ายแพร่งพรายไปสู่ผู้อื่นเลย หากทำเช่นนี้ได้ ก็เท่ากับท่านไม่ได้เพิ่มความทุกข์ให้ใคร และเป็นบุญกุศลแก่ชีวิตของท่านอีกทางหนึ่งด้วยนะครับ
วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557
วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
ปัญญาลูกสาวชาวนา
เศรษฐีคนหนึ่ง ชอบใจลูกสาว ชาวนายากไร้ผู้หนึ่ง เขาเชิญชาวนากับลูกสาว ไปที่สวนในคฤหาสน์ของเขา เป็นสวนกรวดกว้างใหญ่ ที่มีแต่กรวดสีดำกับสีขาว
เศรษฐีบอกชาวนาว่า "ท่านเป็นหนี้สินข้าจำนวนหนึ่ง แต่หากท่านยกลูกสาวให้ข้า จะยกเลิกหนี้สินทั้งหมดให้"
ชาวนาไม่ตกลง
เศรษฐี บอกว่า "ถ้าเช่นนั้นเรามาพนันกันดีไหม ข้าจะหยิบกรวดสองก้อน ขึ้นมาจากสวนกรวด ใส่ในถุงผ้านี้ ก้อนหนึ่งสีดำ ก้อนหนึ่งสีขาว ให้ลูกสาวของท่าน หยิบก้อนกรวดจากถุงนี้ หากนางหยิบได้ก้อนสีขาว ข้าจะยกหนี้สินให้ท่าน และนางไม่ต้องแต่งงานกับข้า แต่หากนางหยิบได้ก้อนสีดำ นางต้องแต่งงานกับข้า และแน่นอน ข้าจะยกหนี้ให้ท่านด้วย"
ชาวนาตกลง
เศรษฐีหยิบกรวดสองก้อน ใส่ในถุงผ้า หญิงสาวเหลือบไปเห็นว่า กรวดทั้งสองก้อนนั้นเป็นสีดำ
เธอจะทำอย่างไร?
หากเธอไม่เปิดโปงความจริง ก็ต้องแต่งงาน กับเศรษฐีขี้โกง
หากเธอเปิดโปงความจริง เศรษฐีย่อมเสียหน้า และยกเลิกเกมนี้ แต่บิดาของเธอ ก็จะยังคงเป็นหนี้เศรษฐี ต่อไปอีกนาน
เราส่วนใหญ่ถูกสอนมาให้มอง ปัญหาแบบขาวกับดำ แต่ไม่ใช่ทุกปัญหา สามารถแก้ไขได้อย่างขาวกับดำ เสมอไป
ในทางตรงข้าม หากเราลองมองต่างมุม จะพบว่าหนทางการแก้ปัญหา มีมากกว่าหนึ่งสายเสมอ และการยืดหยุ่นพลิกแพลง ไปตามสถานการณ์เป็นวิธีการหนึ่ง
บางครั้งในการแก้ปัญหา เราอาจต้องสร้างเครื่องมือ ในการแก้ปัญหาขึ้นมาใหม่
โลกไม่ได้มีเพียงแค่สีขาวกับดำ
ลูกสาวชาวนา เอื้อมมือลงไปในถุงผ้า หยิบกรวดขึ้นมาหนึ่งก้อน พลันเธอปล่อยกรวด ในมือร่วงลงสู่พื้น กลืนหายไปในสีดำและขาว ของสวนกรวด
เธอมองหน้าเศรษฐี เอ่ยว่า "ขอ อภัยที่ข้าพลั้งเผลอ ปล่อยหินร่วงหล่น แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อท่านใส่กรวดสีขาวกับสีดำ อย่างละหนึ่งก้อนลงไปในถุงนี้ ดังนั้นเมื่อเรา เปิดถุงออก ดูสีกรวดก้อนที่เหลือ ก็ย่อมรู้ทันทีว่า กรวดที่ข้าหยิบไป เมื่อครู่เป็นสีอะไร"
ที่ก้นถุงเป็นกรวดสีดำ
"ดังนั้นกรวดก้อนที่ข้าทำตก ย่อมเป็นสีขาว"
ชาวนาพ้นสภาพลูกหนี้ และลูกสาวไม่ต้องแต่งงาน กับเศรษฐีขี้โกงคนนั้น
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
"หากเราพยายามมากพอ ที่จะแก้ไขปัญหา เราจะพบว่าทุกปัญหา ย่อมมีวิถีทางแก้ไขเสมอ"
เศรษฐีบอกชาวนาว่า "ท่านเป็นหนี้สินข้าจำนวนหนึ่ง แต่หากท่านยกลูกสาวให้ข้า จะยกเลิกหนี้สินทั้งหมดให้"
ชาวนาไม่ตกลง
เศรษฐี บอกว่า "ถ้าเช่นนั้นเรามาพนันกันดีไหม ข้าจะหยิบกรวดสองก้อน ขึ้นมาจากสวนกรวด ใส่ในถุงผ้านี้ ก้อนหนึ่งสีดำ ก้อนหนึ่งสีขาว ให้ลูกสาวของท่าน หยิบก้อนกรวดจากถุงนี้ หากนางหยิบได้ก้อนสีขาว ข้าจะยกหนี้สินให้ท่าน และนางไม่ต้องแต่งงานกับข้า แต่หากนางหยิบได้ก้อนสีดำ นางต้องแต่งงานกับข้า และแน่นอน ข้าจะยกหนี้ให้ท่านด้วย"
ชาวนาตกลง
เศรษฐีหยิบกรวดสองก้อน ใส่ในถุงผ้า หญิงสาวเหลือบไปเห็นว่า กรวดทั้งสองก้อนนั้นเป็นสีดำ
เธอจะทำอย่างไร?
หากเธอไม่เปิดโปงความจริง ก็ต้องแต่งงาน กับเศรษฐีขี้โกง
หากเธอเปิดโปงความจริง เศรษฐีย่อมเสียหน้า และยกเลิกเกมนี้ แต่บิดาของเธอ ก็จะยังคงเป็นหนี้เศรษฐี ต่อไปอีกนาน
เราส่วนใหญ่ถูกสอนมาให้มอง ปัญหาแบบขาวกับดำ แต่ไม่ใช่ทุกปัญหา สามารถแก้ไขได้อย่างขาวกับดำ เสมอไป
ในทางตรงข้าม หากเราลองมองต่างมุม จะพบว่าหนทางการแก้ปัญหา มีมากกว่าหนึ่งสายเสมอ และการยืดหยุ่นพลิกแพลง ไปตามสถานการณ์เป็นวิธีการหนึ่ง
บางครั้งในการแก้ปัญหา เราอาจต้องสร้างเครื่องมือ ในการแก้ปัญหาขึ้นมาใหม่
โลกไม่ได้มีเพียงแค่สีขาวกับดำ
ลูกสาวชาวนา เอื้อมมือลงไปในถุงผ้า หยิบกรวดขึ้นมาหนึ่งก้อน พลันเธอปล่อยกรวด ในมือร่วงลงสู่พื้น กลืนหายไปในสีดำและขาว ของสวนกรวด
เธอมองหน้าเศรษฐี เอ่ยว่า "ขอ อภัยที่ข้าพลั้งเผลอ ปล่อยหินร่วงหล่น แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อท่านใส่กรวดสีขาวกับสีดำ อย่างละหนึ่งก้อนลงไปในถุงนี้ ดังนั้นเมื่อเรา เปิดถุงออก ดูสีกรวดก้อนที่เหลือ ก็ย่อมรู้ทันทีว่า กรวดที่ข้าหยิบไป เมื่อครู่เป็นสีอะไร"
ที่ก้นถุงเป็นกรวดสีดำ
"ดังนั้นกรวดก้อนที่ข้าทำตก ย่อมเป็นสีขาว"
ชาวนาพ้นสภาพลูกหนี้ และลูกสาวไม่ต้องแต่งงาน กับเศรษฐีขี้โกงคนนั้น
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
"หากเราพยายามมากพอ ที่จะแก้ไขปัญหา เราจะพบว่าทุกปัญหา ย่อมมีวิถีทางแก้ไขเสมอ"
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
ขอทานกับพระพุทธองค์
มีขอทานคนหนึ่งออกขอทานทุกวัน เขาอยากจะมีชีวิตเหมือนคนปกติ เพราะฉะนั้น เขาจึงมักจะขอทานเสบียงกรังและตุนไว้ แต่ว่าเขากักตุนเสบียง...
-
มีขอทานคนหนึ่งออกขอทานทุกวัน เขาอยากจะมีชีวิตเหมือนคนปกติ เพราะฉะนั้น เขาจึงมักจะขอทานเสบียงกรังและตุนไว้ แต่ว่าเขากักตุนเสบียง...
-
คนที่ 1 ทุกเช้าจะเอาตะกร้า เข้าไปใน โรงเรือนเลี้ยงไก่ แล้วก็ เก็บ "ขี้ไก่" ใส่ตะกร้ากลับบ้าน!! แล้วทิ้งไข่ไก่ ให้เน่าไว้ในโรงเรื...